[Project Fic] Miss you 3
posted on 17 Aug 2011 19:45 by mhang26 in Long-fictionหากใครลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว กลับไปอ่านได้ค่ะ
Miss you 3.

*ข้อควรแนะนำ -ให้เปิดเพลงเศร้าๆไปด้วย (อาจจะ)ได้อรรถรสยิ่งขึ้น
ผมกำลังคิดถึงรอยยิ้มของอี จุนโฮ คนที่ผมสามารถบอกได้เต็มปากว่ารัก ใช่ครับผมรักเขา
ไม่ใช่แค่ชอบหรือหลงใหลแต่มันคือรัก ผมรักเขาตั้งแต่เราเป็นเด็กฝึกหัดด้วยกัน รักเขาตั้งแต่การแข่งขันครั้งนั้น
แต่ผมสำหรับจุนโฮคือเพื่อน เขาชอบใครอีกคนที่มาด้วยกันมากกว่าผม เขาคิดกับคนคนนั้นแบบที่ผมคิดกับเขา
มันเจ็บปวดครับ ผมทนเก็บเรื่องนี้มาตลอดแต่คราวนี้ผมจะไม่ทนมันอีก ผมอยากได้รอยยิ้มนั้นคืนมา
อยากให้มันเป็นของผมเพียงคนเดียว ครั้งนี้ผมจะทำอะไรเพื่อตัวเองดูบ้าง
“นะ นายว่าอะไรนะ”
จุนโฮทำหน้าอึ้งๆ อย่างตกใจ
“ฉันชอบนาย”
สุดท้ายผมก็ไม่กล้าที่จะบอกว่ารัก ผมกลัวเขาจะตกใจไปมากกว่านี้ถ้าเขารู้ว่าผมรักเขามากขนาดไหน
“นายเล่นบ้าอะไรอยู่? ฉันไม่ตลกด้วยนะตอนนี้”
“ฉันก็ไม่ได้พูดเล่น”
ผมยืนยันอีกครั้ง และดูเหมือนเขาจะเชื่อแล้วด้วย
“ฉันไม่ได้ชอบนาย”
“แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ”
“นี่ ฮวาง ชานซอง!”
จุนโฮดูจะโกรธมากกับคำพูดที่ฟังดูมั่นใจตัวเองของผม
“นายไม่ชอบฉันตอนนี้ แต่อีกไม่นานนายก็จะเปลี่ยนใจ ฉันจะทำให้นายมาชอบฉันให้ได้”
“นาย!! ชานซอง...ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ขอโทษด้วยจริงๆ”
“ฉันไม่แคร์ อีกอย่าง พี่แทคยอนก็ไม่ได้ชอบนายนิ นายเองก็รู้”
“ไม่ต้องมาย้ำ!! แล้วไงฉันชอบพี่แทคยอนแล้วไง? ถึงเขาไม่ชอบฉันแล้วยังไง? ฉันผิดเหรอที่ชอบเขา?”
จุนโฮเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ผมที่กำลังจะเดินเข้าไปหาแต่อีกคนกลับถอยหลังหนีซะงั้น ผมจึงทำได้แค่ยืนมองดู
เขาร้องไห้ต่อหน้า เป็นสิ่งเจ็บปวดมากกว่าที่เขาบอกไม่รักผมซะอีก
“ไม่ผิดหรอกนะจุนโฮ เรื่องความรักน่ะไม่มีใครถูกใครผิดหรอก”
“ชาน...นายอย่ามาชอบฉันเลย ฉันชอบพี่แทคยอนจริงๆ ฉัน....”
“ถ้าฉันบอกให้นายเลิกชอบพี่แทคยอนบ้างล่ะ? นายทำได้ไหม?...ฉันกับนายตอนนี้ เราสองคนก็ไม่ได้ต่างกัน
เท่าไหร่หรอก เพราะฉะนั้น นายก็ไม่สมควรที่จะบอกให้ฉันเลิกชอบนายทั้งๆที่นายก็เลิกชอบพี่แทคยอนไม่ได้”
เมื่อผมพูดแบบนั้น จุนโฮก็ยิ่งร้องหนักเข้าไปอีก ผมสาวเท้าเข้าไปหาเจ้าตัวช้าๆ จับไหล่บางไว้ดึงเข้าหาอ้อมกอดของตัวเอง
“ขอโอกาสให้ฉันบ้างนะจุนโฮ ฉันไม่สามารถมองดูนายร้องไห้แบบเมื่อก่อนโดยที่ฉันทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว”
จุนโฮดันตัวเองออกจากตัวผม มองหน้าผมทั้งคราบน้ำตา ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำร้ายจิตใจผมออกมา
“ฉันไม่ต้องการความรู้สึกของนาย อย่าทำแบบนี้เลยชานซอง”
เจ็บ....ทำไม? ทั้งๆที่ผมคิดว่าเขาจะเข้าใจความรู้สึกผมแล้ว ทั้งๆที่เราสองคนก็รักคนที่เขาไม่รักเราเหมือนกัน
แต่ทำไม? อีจุนโฮถึงได้ยังใจร้ายพูดสิ่งที่ทำร้ายจิตใจแบบนั้นออกมาได้อีก นอกจากจะไม่รักแล้ว เขายังไม่คิดที่
จะให้โอกาสทั้งผมและตัวเองเลยสินะ
“จุนโฮ นายจะไม่ใจร้ายไปหน่อยรึไง”
“ถ้าฉันให้โอกาสนายต่างหากถึงเรียกว่าใจร้าย เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่รักนายอยู่ดี”
“เพราะอะไร?”
“เพราะฉันรักพี่แทคยอนและเพราะนายเอง...ก็มีคนที่ต้องใส่ใจดูแลแล้ว”
“ใคร? ฉันไม่เข้าใจ”
“อูยองไงล่ะ? อย่าบอกนะว่านายกับอูยองน่ะ แค่เพื่อนกัน”
“ฉันกับกับอูยองไม่ใช่แบบที่นายคิด...และไม่ว่านายจะว่ายังไง ฉันไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก ถึงจะบอกว่าไม่ชอบ
ไม่มีทางเป็นไปได้ฉันก็จะไม่ยอมแพ้ จากนี้...นายก็รับไปเต็มๆแล้วกัน ความรู้สึกของฉัน”
ผมปล่อยคนตรงหน้า แล้วหันหลังให้ทันทีที่พูดจบโดยไม่รอคำทักท้วงใดๆจากอีกคน เมื่อผมเลือกที่จะบอก
แล้วต่อให้จากนี้จุนโฮจะสั่งให้หยุดยังไงเขาก็ทำไม่ได้แล้วมันอยู่นอกเหนือการควบคุมจากสมองแล้ว
จากนี้เขาจะใช้ใจทำทั้งหมด เพื่อหวังว่าสักวันจุนโฮจะเห็นมันก็ยังดี
“วันนี้นายสองคนต้องไปอัดรายการนะ เดี๋ยวเตรียมตัวเสร็จไปรอข้างล่างพี่จะพาไป”
“ครับ/ครับ”
หลังจากที่พี่มินแจ ผู้จัดการสั่งให้ผมกับจุนโฮเตรียมตัวเพื่อไปอัดรายการโทรทัศน์ด้วยกัน
พวกเราก็ขานรับทันที ผมสังเกตว่าวันนี้จุนโฮมีท่าทางที่ดูเหนื่อยๆยังไงชอบกล
“นายไม่สบายรึเปล่า?”
ผมเดินเข้าไปถามแล้วอื้อมมือจะไปแตะที่หน้าผากเพื่อวัดอุรหภูมิดู
“อย่ามาจับนะ!!”
เสียงตะหวาดจากจุนโฮทำเอาทั้งห้องเงียบไปเลยที่เดียว ทุกคนดูจะอึ้งที่จู่ๆคนที่ดู
จะเงียบที่สุดกลับมาตะโกนลั่นหอ แต่ผมคงจะเป็นคนที่ตกใจมากกว่า เขาปฏิเสธความห่วงใย
จากผมแบบจริงจังเลยทีเดียว
“จุนโฮเป็นอะไร?”
คุณฮยองที่ดูจะได้สติมากกว่าผมเดินเข้ามาแตะไหล่จุนโฮถาม ส่วนจุนโฮก็ส่ายหัวกลับไป
ก่อนขอตัวลงไปรอผมข้างล่าง
“ชาน...จุนโฮเป็นอะไรว่ะ?”
แทคฮยองที่เดินมาถามผมหลังจากที่จุนโฮเดินออกไปจากห้องแล้ว
“ผมไม่รู้” ผมตอบกลับไป แผงด้วยน้ำเสียงที่ออกจะแข็งกระด้าง
“อ่ะ..เหรอ?”
แทคฮยองรับคำอย่างงงๆ แล้วก็เดินเลี่ยงออกไปอีกคน ผมซ่อนอาการเจ็บปวดไว้ข้างใน
พยายามที่จะไม่ให้ใครเห็นสีหน้าที่น้อยใจและเจ็บปวด
ตลอดเวลาที่ถ่ายรายการชานซองพยายามที่จะเข้าใกล้จุนโฮ และทำตัวสนิทสนมเหมือนเดิม
ต่างก็ตรงที่ความรู้สึก ตอนนี้ชานซองรู้ว่าจุนโฮรู้แล้วว่าเขาคิดยังไง แต่เขากลับไม่สามารถทำอะไรในสิ่งที่
ต้องการได้ เพราะกลัวอีกคนจะแสดงท่าทางรังเกียจออกมาให้เห็น และนั่น...เป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ
หลังจากอัดรายการเสร็จจุนโฮก็รีบเดินหนีผมออกไปทันที
"นายไม่สบายรึเปล่า? ทำไมรีบมาทีรถโดยไม่บอกลาใครเลยล่ะ"
ผมถามเขา ทั้งๆที่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงรีบออกมาขนาดนั้น
"ฉัน...ไม่ค่อยสบายน่ะ ขอนอนนะถึงหอแล้วเรียกด้วยล่ะกัน"
จุนโฮเลี่ยงที่จะมองหน้าผมต่อโดยการอ้างว่าไม่สบายก่อนเอาเสื้อเจ็กเก็ตคลุมตัวเองหลับไปต่อหน้าผม
"เฮ้อ..."
มีอะไรที่ฮวาง ชานซองจะทำได้ในตอนนี้นอกจากถอนหายใจทิ้งนะ ผมก้าวเท้าขึ้นรถและนั่งลงไกลออกห่าง
จากจุนโฮเพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัยจากผมมากขึ้น แต่สายตาผมมันก็ยังมองไปที่จุนโฮอยู่ดี
หลายวันหลังจากวันที่ผมบอกความรู้สึกทั้งหมดไป เขาก็ยิ่งทำตัวห่างผมขึ้นเรื่อยๆไปกับพี่จุนซูมั่ง พี่คุณมั่ง
พี่แทคยอนก็มี แต่ไม่มีผม เขาไม่เคยขอให้ผมไปไหนมาไหนกับเขาอีก ทำไมเขาทำแบบนี้ ตัดรอนผม
ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ?
"ชานซอง? เป็นอะไรรึเปล่า?"
"เปล่า"
จาง อูยอง หรืออูด้งที่ผมชอบเรียก ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่ผมไปไหนมาไหนด้วยบ่อยที่สุดไปแล้ว
เพราะเขากับผมเราเหมือนกันหลายอย่าง ที่สำคัญเราแอบรักคนที่เขาไม่รักเราอยู่ ผมช่วยเขาเรื่องคนที่
เขาชอบแต่ผมก็ช่วยผมเองไม่ได้สักที
"อย่ามาโกหกน่า ฉันสังเกตมาหลายวันแล้ว...เรื่องจุนโฮเหรอ?"
"...."
"นี่!! จุนโฮเขาเข้าใจผิดเรื่องฉันกับนายรึเปล่า"
เหมือนรุ่นพี่คนนี้จะฉลาดกว่าที่เห็น เขาสามารถเดามันออกได้
"ไม่เกี่ยวหรอก ช่างมันเถอะ"
"ได้ไง...อย่าเอาเรื่องของฉันมาทำให้เรื่องของนายวุ่นวายดีกว่า ฉันว่าเราเลิกเรื่องบ้าๆที่เป็นไปไม่ได้นี่เถอะ"
พูดไปแต่ก็ทำหน้าเศร้าไปด้วย ใครมันจะทำได้ลง เห้อ!! ทำไมคนคนนั้นไม่ยอมรับนายสักทีนะอูด้ง
"งี่เง่าน่ะ...ไม่เลิกหรอก"
"ฉันไม่เป็นไรจริงๆนะ"
"รู้น่า"
แม้จะเป็นรุ่นพี่แต่ก็น่าเอ็นดูเหมือนเด็กซะไม่มี ผมอยากช่วยให้ความรักคนคนนี้สมหวัง เพราะเผื่อว่าการทำ
ความดีนี้อาจส่งผลให้จุนโฮเปิดใจให้ผมบ้างสักนิดก็ยังดี
"เรื่องของนายล่ะไปถึงไหนแล้ว" หลังจากที่เงียบไปนาน วูยองก็เอ่ยถามผมขึ้นมา
"ไม่นิ...ไม่ถึงไหน"
"เห้อ...หรือว่ารักของพวกเราจะไม่มีทางสมหวัง"
"....."
คำพูดนี้ทำให้เราสองคนจมสู่ห้วงความคิดของตัวเอง ผมก็อยากเอ่ยปฏิเสธนะ ผมเชื่อว่าถ้าผมทำจนถึงที่สุดแล้ว
สักวันอีจุนโฮคงมองเห็นผมขึ้นมาและอาจจะรักผมได้ในสักวัน แต่อีกความรู้สึกที่ค้านก็ผุดขึ้นนมาในหัว
ว่าจุนโฮน่ะไม่ได้ใจอ่อนกับใครง่ายๆ เขาเองก็คงรักพี่แทคยอนมากเหมือนกันและถ้าเป็นอย่างนั้น บางทีชาตินี้
ทั้งชาติผมอาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสถึงความรู้สึกรักของจุนโฮก็ได้
"จุนโฮ"
"หืม?"
ในระหว่างวันว่างๆของพวกเรา ผมเรียกชื่อเขาในขณะที่เขาเองอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
กำลังตอบคำถามเหล่าแฟนคลับอยู่
"...."
"นายเรียกแล้วไม่ยอมพูด จะหาเรื่องกันรึไง ฮวาง ชานซอง"
คนเมื่อครู่เบือนหน้าจากสิ่งที่เขาสนใจมาคุยกับผมด้วยสีหน้ายียวน เป็นสีหน้าแปลกใหม่ที่นานๆทีคนคนนี้จะแสดงออกมา ผมถึงกับเหวอเล้กน้อย เพราะเมื่อสองสามวันก่อนที่ผมได้เอ่ยบอก
ความรู้สึกผมออกไป จุนโฮแทบไม่คุยกับผมเลย แล้วทำไมวันนี้ถึงได้....?
"เอาแต่มองหน้า...แสดงว่าอยากหาเรื่องจริงๆใช่ไหม?"
"ปะ เปล่า"
"หึ!! แล้วมีอะไร?" แล้วก็หันไปสนใจหน้าจอสี่เหลี่ยมนั่นต่อ
"เปล่า...แค่ฉันจะออกไปซื้อไอศครีมจะเอาด้วยมั๊ย?"
".....เอาสิ แตงโมนะ"
"อืม..."
ผมเอ่ยก่อนเดินออกมา อยากคุยมากกว่านี้ อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงยอมคุยกับผมดีๆ ผมอยากรู้อยากเข้าใจ
ความรู้สึกทั้งหมดของคนคนนี้ แต่เขามีโลกส่วนตัวมากไปถ้าผมถามเขาตอนนี้เขาอาจ
จะกลับไปเย็นชาเหมือนเดิมอีก นั่นคือสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิด ผมจำเป็นจะต้องถอยออกมา
แล้วเดินไปหาวูยองที่ยืนคงกำลังยืนรอผมอยู่หน้าลิฟท์
"พี่คุณ...." นั่นเสียงวูยองนะ ถ้าผมจำไม่ผิด
"พี่จะลงไปข้างล่าง....ไปมั๊ย?"
เสียงนุ่มๆที่ผมคุ้นหูเอ่ยกับคนวูยอง คนถูกถามหันมองไปรอบๆ คงมองหาผมอยู่
ผมจึงแอบฟังอยู่ตรงซอกกำแพงไม่อยากออกไปให้ดูเป็นส่วนเกิน
"รอชานเหรอ? งั้นพี่ลงไปก่อนนะ"
ไปเลยสิวูยอง ทำตามสิ่งที่ใจอยากทำ
"พี่คุณรอด้วย!!"
นั่นแหละ หลังจากที่ประตูลิฟท์ปิดไปแล้วผมถึงโผล่ออกมายืนรอกดลิฟท์
"ไม่ไปอีกเหรอ? แล้วไหนวูยองล่ะ?"
อ่า จุนโฮ...เขามาตอนไหนนะ
"ไม่รู้สิ ไม่เห็นแล้ว"
"งั้นถ้าฉันไปด้วย คงไม่เป็นไรใช่ไหม?"
จะว่ายังไงดีจากหอไปร้านค้านี่มันสร้างความรู้สึกแปลกประหลาด ตลอดทางคนที่เดินข้างผมก็ยัง
ไม่พูดอะไรสักคำ ผมเองก็เหมือนจะถูกสะกดจิตให้กลายเป็นผีจีนที่เดินอย่างเดียวไม่พูดไม่จา
จนถึงร้านค้าหยิบไอศครีมจะไปจ่ายเงินเท่านั้นแหละ
"นายเอาเงินมาใช่ไหม?"
"อะ อื้ม"
ผมควักเงินจ่ายค่าไอศครีมไป เราได้ไอศครีมแตงโมที่เป็นของชอบจุนโฮมาสองแท่ง
ไอศครีมรสกล้วยของผมที่ถืออยู่ในมือ
"ชานซอง" หลังจากที่เราสองคนเงียบอยู่นาน จุนโอก็เอ่ยพูดก่อน
"หืม?"
"เพราะนายเป็นเพื่อนที่ฉันก็รัก และฉัน...เกลียดนายไม่ได้ แต่ความรู้สึกฉันตอนนี้มันไม่มีนายอยู่ในนี้จริงๆนะ"
เขาจับที่หัวใจตัวเอง ผมทำได้แค่ยืนนิ่งๆรอฟังทุกสิ่งที่เขาจะพูดออกมา
"อยากจะขอโทษ ที่ต้องเอ่ยคำพูดที่อาจทำร้ายจิตใจนายออกมา ฉัน ณ ตอนนี้น่ะไม่สามารถรักนายได้
ไม่สามารถเปิดใจให้นายได้ ฉันไม่อยากให้นายรอ"
"....."
"ฉันรู้ว่ามันยากน่ะชานซอง ขนาดฉันเอง...แต่ก็นะ ฉันจะไม่เมินนาย ฉันจะทำทุกย่างให้เหมือนปกติที่สุด
ให้เหมือนเดิมเหมือนเมื่อก่อน ฉันอยากให้นายรู้ว่าจากนี้ทุกสิ่งที่ฉันทำไปมันไม่ใช่เพราะฉันเปิดใจให้
แต่เป็นเพราะฉันเห็นนายเป็นเพื่อน เป็นความเคยชินเหมือนเมื่อก่อน"
ผมไม่คาดคิด นี่มันไม่ทันตั้งตัว ทั้งจุกและพูดไม่ออก ไม่มีแม้กระทั้งน้ำตาสักหยด มันชาไปทุกสัดส่วนที่สามารถรับความรู้สึกได้ เหมือนคนหมดแรงทั้งๆที่ยังยืนอยู่
"ขอโทษจริงๆนะ ฉันเองก็เสียใจ อยากเปิดใจรับความรู้สึกของนายเหมือนกัน แต่มัน...ทำไม่ได้จริงๆ"
แล้วจุนโฮก็เดินไป เขาคงกลับไปที่หอ แต่ผม...กลับทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆ ไม่มีแรงแม้กระทั่งก้าวขาไปไหน
ท่ามกลางทางเดินที่ทอดยาวออกไป มันไร้ผู้คนมีแต่ท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถนับสิบๆคันแล่นไปมา
แต่หูผมกลับไม่ได้ยินมัน ขาผมไม่มีแรงก้าวไปไหนต่อ มือผมไม่สามารถแบกรับอะไรได้
ไอศครีมรสกล้วยที่ผมโปรดปรานตอนนี้ตกอยู่ข้างๆขาที่ชาและไม่สามารถไปไหนได้
ความรู้สึกมืดมนถูกครอบงำตั้งแต่คนที่เดินมากับผมเอ่ยประโยคพวกนั้นมา
"บ้าจริง...."
ทั้งๆที่ผมคิดว่าทุกส่วนชาไปหมดแล้ว ผมกลับรับความรู้สึกถึงหยดน้ำตามากมายที่ไหลอาบแก้ม
จากนั้นขาที่ชานิ่งกลับทำผมทรุดลงบนพื้นปูนเย็นเชียบ ความรู้สึกเจ็บปวดก็ถาโถมอย่างกับพายุซัด
ทำได้แค่นั่งกอดเข่าร้องไห้นิ่งๆรอว่าเมื่อไหร่พายุจะสงบลง....
ผมอยากกลับห้อง
แต่ผมไม่มีแรง....
อ๊าก!!จบพาร์ทน้องหมีเราไปแล้ว (ปาดเหงื่อ)
ด้วยความที่ดองมานาน พอมีเวลาว่างก็เลยแต่งขึ้นมา
อาจจะไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่ (เพราะจำฟีลตอนคิดพล๊อตไม่ได้)
ก็ยังคงหวังไว้อยู่ว่าคนอ่านจะยังไม่หายไป(รึเปล่า?)
ติดตาม miss you 4.ต่อไป จะเป็นพาร์ทของอิคุณน้องอังๆคค่ะ

เฮ้อ เอาใจช่วย =_= ดูคู่คุณด้งน่าจะเวิคสุดแล้วละนะ เฮ้ออออออออออ ขอให้ชานโฮสมหวังกันไวๆเถอะ
#1 By yogurt on 2011-08-17 22:18