[SF] You're my first kiss!!

posted on 30 Aug 2010 17:21 by mhang26  in Shot-fic

 
 
 
You’re my first kiss!!
 
 
 
 
 
 
 
 
  

 

 

 

ในห้องนอนที่ฝาผนังฉาบด้วยสีฟ้าน้ำทะเล มีกรอบรูปที่เป็นภาพสีน้ำประดับตกแต่งทำให้ห้องดูโรแมนติกใจกลางห้องนอนมีเตียงใหญ่ตั้งอยู่ ในห้องนั้นมีคนสองคนอยู่ในนั้นคนนึงนั่งอีกคนนอนหนุนตักคนนั่ง

 

“ชาน...หมี หลับแล้วเหรอ??”

“อือออออออ”

 

จุนโฮที่นั่งอยู่ยิ้มน้อยๆเมื่อมองดูคนที่นอนหนุนตักของตัวเองชานซองเพิ่งหลับไปได้สักครู่ เขาก็อยากนอนมั่งนะแต่ยังอยากนั่งดูหน้าหมีตัวโตนี่อยู่ เวลาชานซองนอนหลับจะกลายเป็นคนอีกคนไปเลย ตอนตื่นชานซองจะดูเหมือนคนที่ง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา ดูตลกซะมากกว่า แต่ตอนนอนเขาจะดูเหมือนคนเครียดชานชอบนอนขมวดคิ้วถ้าต้องนอนคนเดียว จุนโฮเคยถามเล่นๆว่าทำไมต้องนอนขมวดคิ้วด้วย สุดท้ายก็เจอคำตอบพาเขินซะงั้น

 

“นายนั่นแหละเป็นต้นเหตุ”

“ยังไง??”

“ฉันต้องขมวดคิ้วจนเครียดหลับไป เพราะต้องห้ามตัวเองไงทีหลังยอมฉันบ้างนะฉันจะได้ไม่นอนขมวดคิ้ว”

“บะ บ้า!!

 

จุนโฮจำได้ว่าตอนที่ได้ยินคำตอบนั้น ตัวเองหน้าร้อนมากขนาดไหนและยิ่งร้อนไปใหญ่เมื่อไอ้คนตัวโตเดินมาขโมยจูบไป ทุกครั้งที่จูบกันจุนโฮมักจะทำตัวไม่ถูก ผิดกับอีกคนที่ระเรื่อนยิ้มหน้าบานได้อยู่

 

“ฮ่ะๆ หน้าแดงเชียว”

“ยุ่ง!! ใครจะเหมือนนายล่ะ”

“ฉันทำไม?”

“จูบได้หน้าตาเฉย คงจูบมาหลายคนสินะ ถึงได้เชี่ยวชาญขนาดนี้”

 

จุนโฮออกอาการงอนแก้มป่องขนาดไหนเมื่อคิดไปว่าริมฝีปากของอีกคนเคยจูบกับใครมาบ้างชานซองกลับแค่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นเขางอน ก่อนก้มลงจูบเขาอีกครั้ง

 

“หลายคนแต่ไม่ถูกใจเท่าคนนี้หนิ”

 

ลาตายกันไปเลยเหอะพูดแบบนี้ ใครมันจะไปทนได้ เขาไม่ใช่คนที่มีภูมิต้านทานหมีมากมายขนาดที่จะฟังอะไรแบบนี้ได้มากหรอกนะแค่บอกว่าคิดถึงก็หน้าแดงแล้วยิ่งเจอคำพูดแบบนั้นเข้าไป ใครมันจะอยู่สู้หน้าไหว

 

“หมีหื่น”

 

จุนโฮจับแก้มชานซองที่นอนบนตักบีบเบาๆ แล้วยิ้มกับตัวเองอีกครั้งนั่งคิดไปถึงตอนแรกๆที่คบกัน มันไม่หวานเท่านี้ ไม่ดูแลกันเท่านี้ แต่ก็มีความสุขยิ่งคบนานไปชานซองยิ่งห่วงเขา ยิ่งแสดงออกมาว่าหึง ว่าใส่ใจ ทั้งที่เขาไม่มีเวลาแทคแคร์อีกคนมากมายนักการคบกับชานซองดูเหมือนเขาจะกลายเป็นคนรับมากกว่าให้ซะอีก เคยมีที่ทะเลาะกันและเรื่องส่วนใหญ่ก็มาจากเขา ส่วนชานซองเหรอ? ก็แค่งอนมั้ง...

 

“จูบฉันมั่งสินายน่ะ”

“อะ อะไรนักหนานายน่ะ”

“ทำไมไม่เคยจูบฉันก่อนมั่งล่ะ”

“ไม่เว้ย!!

 

เรื่องนั้นทำเอาอิหมีงอนไม่พูดกับเขาไปหลายวัน ง้อก็แล้วก็ยังไม่หายงอนหาสารพัดวิธีที่จะง้อ สุดท้ายเขาก็ทนอารมณ์ตัวเองไม่ได้ งอนอิหมีกลับซะงั้นแล้วก็เป็นฝ่านชานซองที่ง้อเขา ดูตลกดีนะจู่ๆคนงอนกลายเป็นคนง้อ

 

“ยิ้มอะไรเหรอ?”

“ตื่นแล้วเหรอ??”

“ไม่ได้หลับต่างหาก”

“เอ่า...แล้ว....”

 

อีกครั้งและอีกครั้งที่ชานซองจูบเขา แม้จะเคอะเขินแต่จุนโฮก็ตอบรับมันจูบที่เป็นของชานซองมันหวานและอบอุ่น คนตัวโตถอนจูบช้าๆ เหมือนไม่อยากให้จูบนี้จบลง

 

“หน้าแดงอีกแล้ว”

“แล้วไง?”

“หน้าแดงก็แปลว่าเขินสินะ...”

 

ชานพลิกตัวจากที่นอนหงายมองหน้าจุนโออยู่เป็นพลิกตัวไปด้านข้างหันหน้าเข้าหา หน้าท้องแบราบของอีกฝ่าย ก่อนซุกไซ้หน้าเข้าไปทำเอาจุนโฮหัวเราะคิกคักเพราะรู้สึกจักจี้

 

“คิกๆๆ ชานอย่าแกล้งสิ”

“....”

“ไม่เอาน่า”

 

จุนโฮจับหน้าชานซองให้หันมามองตัวเองคนตัวโตแม้จะรู้สึกขัดใจแต่ก็หันไปตามที่มือนิ่มนั้นจับ

 

“อยากออกไปเดินเล่น”

“ฉันอยากนอนนี่”

“นะๆ ฉันอยากออกไปเดินเล่นอ่ะชาน”

 

ลูกอ้อนของจุนโฮเป็นสิ่งที่เขาชอบมากที่สุดรองจาก จูบของจุนโฮ และรอยยิ้มของจุนโฮ

 

“อ้อนสิ..” อยากเห็นมากกว่านี้ อยากได้มากกว่านี้ ไอ้ลูกอ้อนน่ารักๆของคนตรงหน้า

“ชิ...” จุนโฮก้มลงหอมแก้มชานซอง ก่อนพูดว่า

“ชานจ๊ะ...ฉันอยากไปเดินเล่น พาไปหน่อยนะๆๆ”

“โอเคๆ” ชานซองยิ้ม ยิ้มมากกว่าทุกวันที่เคยยิ้มไม่บ่อยนักที่คนตัวเล็กจะแสดงอาการแบบนี้ให้เห็น

 

 ----------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

“ทำไมถึงชอบมาที่นี่จัง”

ชานซองเอ่ยถามเมื่อจุนโฮบอกสถานที่ที่จะไป

“นายจำได้รึไง?”

“หือ?”

“ช่างเถอะ ไปถึงก่อนแล้วจะบอก”

 

หลังสวนสาธารณะที่น้อยคนนักจะพบมัน แม้จะน้อยด้วยผู้คนแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเลย ส่วนมากเป็นคนที่เดินหลงผ่านมาเท่านั้น จุนโฮชอบที่แถวนี้มันเงียบเย็นสบายและมีความหมายกับเขา

 

“ไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ? แถวนี้ไม่ค่อยมีคนเลยนะ”

ชานซองเอ่ยถามคนตัวเล็กที่เดินอินไปกับบรรยากาศข้างหน้า

“มีนายไง”

จุนโฮหันไปพูดกับชานซองก่อนเดินดูบริเวณรอบๆไปเรื่อย สุดท้ายเลือกที่นั่งบริเวณม้าหินเล็กๆที่มีไว้ให้

“จะบอกได้รึยัง ทำไมถึงชอบมาที่นี่”

“นายจำที่นี่ไม่ได้เหรอ?”

“จำได้สิ นายชอบมาบ่อยๆ มันเป็น....”

แล้วชานซองก็เหมือนนึกอะไรออก ต้องใช่แน่ๆ สถานที่นี้ต้องเป็น...

“จูบแรกของเรา?” ชานซองเอ่ยถาม

“ของฉันต่างหาก...นายน่ะผ่านมาหลายจูบแล้วไม่ใช่เหรอ?” จุนโฮท้วง

“จูบแรกที่ตรึงใจฉันด้วยแหละน่า”

“....”

 ก้มหน้าอีกแล้ว เขินอีกแล้วสินะจุนโฮ นิดหน่อยก็เขินน่ารักซะไม่มี

“ขอนอนตักหน่อยได้ไหม?”

ชานซองถามแต่ไม่รอให้อีกคนอนุญาตก็เลื่อนลงนอนบนตักหลับตาลงแทบจะทันที

“ลูบหัวให้หน่อยสิ”

 

ร่างเล็กมองอีกคนแบบงงๆ แต่ก็ยอมทำตามบอก คิดไปถึงตอนแรกเริ่มเขากับชานซองเริ่มเดตจากการแนะนำของเพื่อนพวกเขา จุนโฮไม่คิดว่าวันหนึ่งที่เดตกันครั้งที่เท่าไหร่เขาก็จำไม่ได้ชานซองขอคบเป็นแฟน มันตื่นเต้นแต่ก็ดีใจเพราะเขาแอบรู้สึกกังวลใจเล็กๆหากการเดตทั้งหมดที่ผ่านมาเขากับชานซองจะกลายเป็นแค่คนที่ผ่านมาและผ่านไป สถานที่ตรงนี้เป็นสถานที่ที่ชานซองจูบเขาเป็นครั้งแรก แม้จะผ่านมานานแล้วแต่ทีไรที่เขามาที่นี่ความรู้สึกของจูบแรกก็ยังตราตรึงติดกลับมาทุกครั้ง แม้ชานซองอาจจะลืมไปแล้ว จุนโฮจำได้ว่าตอนจูบเขาสั่นไปหมด แทบจะยืนด้วยขาตัวเองไม่อยู่ถ้าไม่ได้ชานซองที่กอดเขาไว้ในตอนนั้นเขาคงลงไปนั่งกองละลายกับพื้นแล้วแน่ๆยิ่งคิดก็ยิ่งขำตัวเอง

 

“ชาน...ตื่นเถอะ”

“อือ” ชานซองชยี้ตาเล็กน้อย ก่อนมองที่ทางจุนโฮ

“ไม่อยู่ต่ออีหน่อยเหรอ?”

“ไม่ละ อากาศเริ่มเย็นแล้ว”

 

คนตัวเล็กฉุดให้ชานซองลุกขึ้น ฉวยโอกาสตอนร่างสูงเผลอหอมแก้มคนตรงหน้าชานซองแม้จะตกใจแต่ก็แค่แปปเดียวเท่านั้น ก่อนยิ้มหน้าบานกลับไปให้

 

“เปลี่ยนเป็นจูบได้ไหม?”

“อ่า...”

 

เอาเถอะนะ ชานซองก็แค่พูดเล่นแม้ว่าอยากจะได้มันจริงๆแต่เมื่ออีกคนยังไม่พร้อมเขาก็ไม่อยากเรียกร้องมากมายแค่หอมแก้มก็มีความสุขจะตายอยู่แล้ว

 

“ไปเถอะ....”

ชานซองเอ่ยนำเมื่อเห็นว่าจุนโฮยืนอึ้งอยู่

“เดี๋ยวชาน”

ทันทีที่เรียกให้หันกลับ จุนโฮก็แนบริมฝีปากลงกับปากของอีกคนทันทีก่อนผละออกอย่างรวดเร็ว

“จูบแล้วนะ...”

รอยยิ้มกว้างถูกแต่งแต้มบนหน้าของชานวองในขณะที่จุนโฮตอนนี้หน้าแดงลามไปถึงใบหูแล้ว

“อะไรกัน...นี่เขาไม่เรียกว่าจูบหรอกนะ”

“นายว่าไงนะ!!

“จูบน่ะมันแบบนี้ต่างหาก”

 

ชานซองเดินเข้าไปใกล้ฉุดเอวของจุนโฮให้ระยะห่างของทั้งคู่ใกล้กันมากขึ้นก่อนที่จะฝังริมฝีปากของตัวเองไปแนบกับอีกคนช้าๆ เขาค่อยๆจูบเปิดปากจุนโฮอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล เหมือนกับว่าจะสอนให้รู้จักการจูบที่แท้จริงเท่านั้น เวลาผ่านไปนาน นานซะจนโลกหยุดหมุนไปแล้วมั้งในความคิดของจุนโฮ

 

“ทีหลังจูบแบบนี้นะ”

“...”

“เข้าใจมั้ย?” ชานซองผ่านจากจูบไปหอมแก้มจุนโฮแล้วกอดคนตัวเล็กไว้แน่น จะให้บอกยังไงดี ตอนนี้เขาคลั่งคนตรงหน้ามากถึงมากที่สุดแค่นิดเดียว แค่การถูกกอดหรือหอมแก้มหรืออ้อนนิดๆหน่อยๆก็ทำให้เขาแทบจะสำลักความสุขตาย

“...”

“วันหลังก็จูบฉันแบบนี้อีกนะ” 
 
 
 
 
 
 
 
END.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ห้าๆ ฟิคอมยิ้มคั่นอารมณ์ค่ะ
เพื่อให้อัฐรสควรฟังควบคู่ไปกับเพลงนะค่ะ^^
ไปแระ รออารรมณืแต่งฟิคต่อ คึคึ ^^ 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เด่วเลิกงานจะมาอ่านนะคะ

#1 By hip2dapo on 2010-08-31 15:04

อุ้ย เขิล >//<
มันน่ารัก มว๊า กก
จูบ จูบ จุ๊บ จุ๊บ อุกรี๊ซ ซซซ
เวลาโฮ เขิลเป็นอะไรที่น่ารักที่สุดในสามโลกเลย
ตายและ อิจฉาอิชานหน่อยๆ
เอ้ยย น่ารักจิงคู่นี้ แหม โฮจังเนี่ยดีจังเลย มีคนหล่อมานอนหนุนตักด้วย

อิอิ (แต่ว่าหนักไหมนั้น) ห้าๆๆ แต่ว่าจูปแรกเนี่ย มันฝังใจขนาดนั้นเลยเหรอจ้ะ โฮจังจ้า แหม เจอจูปอีกทีที่นั้น ไปอีกรอบเป็นไง ยืนไม่อยู่เลยอ่ะป่าวเนี่ย ถึงได้เรียกร้องอีกอ่ะ อิอิ น่ารักจิงๆๆ เลย

“วันหลังก็จูบฉันแบบนี้อีกนะ”

จบประโยคนี้หมีเราคงลงไปดินตายแล้วห้าๆๆ

#3 By (58.9.118.178) on 2010-08-31 19:33

เอ้ยย น่ารักจิงคู่นี้ แหม โฮจังเนี่ยดีจังเลย มีคนหล่อมานอนหนุนตักด้วย

อิอิ (แต่ว่าหนักไหมนั้น) ห้าๆๆ แต่ว่าจูปแรกเนี่ย มันฝังใจขนาดนั้นเลยเหรอจ้ะ โฮจังจ้า แหม เจอจูปอีกทีที่นั้น ไปอีกรอบเป็นไง ยืนไม่อยู่เลยอ่ะป่าวเนี่ย ถึงได้เรียกร้องอีกอ่ะ อิอิ น่ารักจิงๆๆ เลย

“วันหลังก็จูบฉันแบบนี้อีกนะ”

จบประโยคนี้หมีเราคงลงไปดินตายแล้วห้าๆๆ

#4 By kyosunso (58.9.118.178) on 2010-08-31 19:33

โฮกกกกกกมากกกกกก
“ฉันต้องขมวดคิ้วจนเครียดหลับไป เพราะต้องห้ามตัวเองไงทีหลังยอมฉันบ้างนะฉันจะได้ไม่นอนขมวดคิ้ว”
ชอบประโยคนี้อ่ะ 555555 ห้ามตัวเองจากอะไรคะอิหมี เคลียร์หน่อย มันพูดจาได้คลุมเครือมากกกกกกกก

เวลาจูบน่ารักมาก
น้องโฮดูอ่อนต่อโลกในเรื่องจูบ น่าฟัดได้อีกลูกช้านนนนนน

#5 By Palmira on 2010-08-31 22:14